Home » Articles posted by manochai

Author Archives: manochai

Visitors

  • 2
  • 1,597
  • 123,423

มีอะไรใหม่สำหรับ COSO – ERM: 2017

หลังจากที่COSO ได้ออก ERM conceptual framework ในปี  2004  เพื่อเป็นกรอบและแนวทางการบริหารความเสี่ยง และองค์กรทั่วโลกต่างๆได้ถือใช้มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี แต่เนื่องจากบริบทองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ทั้งที่เป็นสาเหตุให้เกิดความเสี่ยงและโอกาส  จึงเป็นความท้าท้ายของฝ่ายบริหารที่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรให้มากที่สุดภายใต้ความไม่แน่นอน เป็นความยากลำบากที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ให้เกิดความสมดุลระหว่างการสร้างการเติบโต ผลตอบแทน และระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ทรัพยากรการบริหารที่มีจำกัด

จากเหตุผล ดังกล่าวข้างต้น COSO ร่วมกับหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลกำกับงานบริหารความเสี่ยง ควบคุมภายใน และมาตรฐานการจัดการที่เป็นธรรมมาภิบาล จึงได้ร่วมกันทบทวนกรอบการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ขึ้นมาใหม่ในปี 2017 ซึ่งมีสาระสำคัญหลายประการที่จะทำให้การทำ ERM มีส่วนช่วยและสนับสนุนในการจัดการยุทธ์ศาสตร์ และการดำเนินงาน โดยมีการพยามอธิบายเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร มีส่วนช่วยการจัดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรได้อย่างไรภายใต้สถานการณ์ของความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เน้นการฉกฉวยโอกาสเพื่อสร้างมูลค่า โดยมีการอธิบายบริบทของการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรให้ชัดเจนขึ้น <<<<< สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมอ่านต่อได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ >>>>

  1. การบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรตามกรอบ COSO –ERM:  2017
  2. ความหมาย ERM ของ COSO – ERM: 2017 เปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่
  3. ความเข้าใจการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์การที่คลาดเคลื่อน
  4. ประโยชน์จากการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรตามกรอบ COSO –ERM:2017
  5. บทบาทของการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรในการจัดการยุทธ์ศาสตร์
  6. การบูรณาการการบริหารความเสี่ยงกับการจัดการยุทธ์ศาสตร์องค์การ
  7. มุมมองการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรในอนาคต
  8. อ่านทั้งหมด

 

การเตรียมการจัดตั้ง Pure fund

หลังจากที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว หากคณะกรรมการกองทุนฯ มีนโยบายจัดตั้ง Pure fund แล้ว ควรมีการเตรียมการ เพื่อการขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ โดยสรุป ดังนี้

  1. คณะกรรมการกองทุนกำหนดแนวทางการจัดตั้งรูปแบบกองทุน วันที่มีผล และมูลค่ากองทุนขั้นต่ำ
  2. บริษัทจัดการนำเสนอแผนการลงทุนใหม่
  3. คณะกรรมการอนุมัติ แผนการลงทุน และโครงสร้างกองทุนใหม่
  4. ประสานงานแจ้งบริษัทจัดการ นายทะเบียน Custodian เพื่อทราบ Requirement (กรณีหากสัญญาที่ใช้อยู่มิได้ระบุถึงเรื่อง ดังกล่าวอาจมีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญา)
  5. ประชาสัมพันธ์สมาชิก และจัดให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนใหม่เดิมที่จะถูกยกเลิก หรือแก้ไขข้อบังคับ หรือประกาศ เพื่อกำหนดแผนการลงทุนสำหรับสมาชิกที่มิได้แสดงเจตนาเลือกแผนการลงทุน
  6. ให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนใหม่
  7. เริ่มบริหารกองทุนในรูปแบบโครงสร้างใหม่

i “common type of mutual fund” retrieved from www. investWisely.com online 18/12/2016

ii ต้องขอขอบคุณ บลจ. MFC ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพทั้งสอง

ความเหมาะสมในการจัดตั้ง Pure fund

ส่วนใหญ่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพประเทศเรา ณ วันนี้ ยังใช้ Pure fund กันน้อยมาก หากจะลองของใหม่ ต้องถามใจสมาชิกดูว่า มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจในการลงทุนพฤติกรรมการยอมรับความเสี่ยง ระบบงานของส่วนงานที่จะรองรับ ความพร้อมของตัวผู้จัดการกองทุนเองฯลฯ แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่อยากลองของใหม่ก็ตาม แต่เชื่อได้ว่าจะมีสมาชิกบางกลุ่มยังไม่มีความพร้อมและต้องการให้คณะกรรมการช่วยดูแลการกำหนดนโยบายและจัดสำรับการลงทุนให้ต่อไป ดังนั้นในความเห็นของผู้เขียน เห็นว่าแม้การจัดตั้ง Pure fund ให้สมาชิกมีทางเลือก จะเป็นแนวทางการพัฒนากองทุนของเราให้ดีขึ้นก็ตาม แต่ควรดำเนินการค่อยเป็นค่อยไป และต้องระมัดระวังข้อกำหนดในพรบ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 มาตรา 16iii

ดังนั้น รูปแบบที่ผู้เขียนเสนอในระยะแรกของการจัดตั้ง Pure fund ควรมีลักษณะผสมกัน โดยให้คณะกรรมการยังกำหนดให้มี Sub fund อยู่ใน Pure fund มีการกำหนดสัดส่วนให้เท่ากับรูปแบบ Master fund เดิม และต้องมี Sub fund ที่มีความเสี่ยงต่ำสุดไว้รองรับตามกฎหมายด้วย และเมื่อดำเนินการไปได้สักระยะหนึ่ง ในเฟสต่อไปค่อยๆ ขยับให้สมาชิกเลือกสำรับโดยการกำหนดสัดส่วนกันเองตามความเหมาะสมของแต่ละคน ตามรูป


i “common type of mutual fund” retrieved from www. investWisely.com online 18/12/2016

ii ต้องขอขอบคุณ บลจ. MFC ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพทั้งสอง

ข้อดี ข้อจำกัดของ Master & Pure funds

จากความเหมือนและความต่าง ส่งผลให้กองทุนทั้งสองประเภทมีข้อดีและข้อจำกัด ได้ตามตารางข้างล่าง

Master fund & Pure fund ความเหมือนที่มีความต่าง

ผมเข้าใจว่าคนในแวดวงการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีจำนวนไม่น้อยยังสับสนของคำว่า Master fund ,Sub fund และ Pure fund กันค่อนข้างมาก จึงขออธิบายดังนี้ ผมเข้าใจว่า คนในแวดวงการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีจำนวนไม่น้อยยังสับสนของคำว่า Master fund ,Sub fund และ Pure fund กันค่อนข้างมาก จึงขออธิบายดังนี้

Master fund หมายถึง กองทุนหลัก (Main funds) ที่ผู้จัดการลงทุนได้จัดเลือกหลักทรัพย์ลงทุนให้เหมาะสมตามความต้องการและการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละกลุ่มเป้าเหมาย กองทุนที่มีลักษณะเป็น Master fund แบ่งได้เป็นสามประเภทหลักๆ ประเภทแรกคือกองทุนที่จัดสำรับลงทุน (Assetsallocation) ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงนักลงทุนแต่ละกลุ่ม(Discretionary funds) เช่น กองทุน A มีความเสี่ยงระดับ 1 ลงทุนเฉพาะเงินฝาก และพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น กองทุน B ความเสี่ยงระดับ 5 ลงทุนในตราสารทุนมากว่าร้อยละ 80 เป็นต้น ประเภทที่สองคือกองทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมที่มีลักษณะประเภทและระดับความเสี่ยงเดียวกัน (Feeder Funds) เช่น กองทุน C ลงทุนโดยการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเท่านั้น เป็นต้น และประเภทสุดท้ายคือกองทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมประเภทและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน (Funds Of funds) เช่นกองทุน D ลงทุนโดยการซื้อหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในตลาดของประเทศเกิดใหม่ (Emerging market) เป็นต้น ดังนั้นหากถามว่า Master fund ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้านเราเป็นแบบไหน ก็คงต้องตอบว่าเป็นแบบ Discretionary funds และเรียกแต่ละนโยบายที่ให้สมาชิกเลือกลงทุน ว่า เป็น sub funds

Pure funds หมายถึง กองทุนที่มีการจัดสำรับลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทเดียวกัน มีความเสี่ยงระดับใกล้เคียงกัน ทั้งนี้มีการแบ่งประเภท Pure fund ไว้เป็น 4 ประเภทi หลักๆ คือ Money market funds เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมาก โดยจะลงทุนในเงินฝาก และพันธบัตรรัฐบาลอายุน้อยกว่า 1 ปี ประเภทที่สองคือ Fixed income fund เป็น การลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารหนี้ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ก็จะมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย และประเภทที่สาม คือ Equity funds จะเป็นการลงทุนในตราสารทุน (stocks) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และสุดท้าย คือ เป็น Specialty funds เป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่นอกเหนือจากสามกลุ่มแรกอย่างมีความเฉพาะเจาะจง เช่น ลงทุนในทองคำ หรือลงทุนในหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้ซื้อขายกันในตลาด (Over The Counter: OTC) เป็นต้น นักลงทุนทั่วไปจะสามารถลงทุนประเภทpure funds ได้ โดยผ่านการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวม (Mutual funds) ซึ่งในเอกสารชี้ชวนลงทุน จะระบุไว้ชัดเจนว่าเป็น Pure funds ประเภทใด สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปัจจุบันมีกองทุนน้อยแห่ง ที่มีการบริหารกองทุนแบบ Pure fund และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เลือกลงทุนได้เอง โดยสามารถเลือกลงทุนกองทุนเดียวทั้งจำนวน หรือผสมกันโดยกำหนดสัดส่วนมากน้อยตามความต้องการผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

โดยสรุป การลงทุนแบบ Master fund เป็นการลงทุนที่คณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีการจัดสำรับการลงทุน (assets allocation) ให้เสร็จเรียบร้อย เป็นสำรับ (Policy or Sub fund) ๆ ไป สมาชิกมีหน้าที่เลือกสำรับที่เหมาะสำหรับตัวเอง แต่ถ้าเป็นการลงทุนแบบ Pure funds กรรมการกองทุนจะมีหน้าที่จัดตั้ง Pure fund และให้สมาชิกเลือกสำรับลงทุน ที่นิยมจัดตั้ง คือกองPure fund ที่มีความเสี่ยงต่ำ (money market รวมกับ Fixed income) และกองที่มีความเสี่ยงสูง Equity fund และกำหนดกรอบการจัดสำรับการลงทุนในแต่ละ pure fund และเปิดโอกาสให้สมาชิกจัดสำรับให้เหมาะสมแก่ตนเอง เช่น คนที่อนุรักษ์นิยมอาจเลือก กองที่เป็นความเสี่ยงต่ำ 100% `หรือคนที่หัวใจเกินร้อยอาจเลือกกองหุ้นทั้งหมด หรือเลือกเป็นสัดสวนตามอายุตัวเองที่เรียกว่า Target funds เช่น 30 : 70 ก็ได้ ตามภาพii

และหากพิจารณา รายละเอียดเพิ่มเติม ความแตกต่างของ Master fund ที่คณะกรรมการกำหนดให้มี Sub Fund ให้สมาชิกเลือก กับ Pure fund ที่สมาชิกสามารถเลือกสำรับลงทุนเอง จะเทียบได้ตามตาราง


i “common type of mutual fund” retrieved from www. investWisely.com online 18/12/2016

ii ต้องขอขอบคุณ บลจ. MFC ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพทั้งสอง

Pure fund ทางเลือกใหม่ของสมาชิก

บทความนี้ตั้งใจจะเขียน เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้แก่คณะกรรมการกองทุนฯ ที่ผู้เขียนในฐานะเป็นกรรมการ พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นตั้งสามปีที่ผ่านมาก่อนที่กองทุน กฟผ. ได้จัดตั้งเป็นเจ้าแรกเสียอีก จนบัดนี้มีเพียงกรรมการส่วนน้อยที่เห็นด้วยแต่กรรมการส่วนใหญ่ กลับมองไม่เห็นความแตกต่างจากนโยบายการลงทุนที่ปัจจุบันเป็นแบบ Master fund มี 5 sub funds แถมตั้งคำถามให้ผมต้องเหนื่อยว่า มันดีกว่าของเดิมอย่างไร หากตอบได้ก็พร้อมจะสนับสนุนให้จัดตั้ง ผู้เขียนจึงต้องทำการบ้านโดยเข้าไปถามพี่ Google และจากกูรูขอบริษัทจัดการ ได้ประมวลเป็นองค์ความรู้ที่จะแลกเปลี่ยนเป็นสี่ตอนคือ การกำหนดรูปแบบPure fund คืออะไร มันแตกต่างจากรูปแบบ Master fund อย่างไร ข้อดี ข้อจำกัดการนำไปใช้เป็นอย่างไร และแนวทางการจัดตั้งและขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ

  1. Master fund & Pure fund ความเหมือนที่มีความต่าง
  2. ข้อดี ข้อจำกัดของ Master & Pure funds
  3. ความเหมาะสมในการจัดตั้ง Pure funds
  4. การเตรียมการจัดตั้ง Pure fund

บทสรุป การจัดตั้ง Pure fund แทนรูปแบบเดิมที่เป็น Master fund ที่กำหนด sub fund ไว้ให้สมาชิกเลือกเป็นการพัฒนาการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบ้านเราอีกก้าวหนึ่ง ที่จะทำให้สมาชิกมีอิสระ เกิดความตะหนักและดูและเงินออมของตนในวัยเกษียณมากขึ้น อย่างไรก็ตามรูปแบบลงทุนนี้หากสมาชิกไม่มีความรู้การลงทุน และ ไม่เข้าใจตนเองที่ดีพอ โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบลอกเลียนแบบเพื่อนๆ ในการเลือกสำรับลงทุนแล้ว จะมีความเสี่ยงต่อตัวสมาชิกเพิ่มขึ้น ดังนั้น การให้ความรู้ ความเข้าใจแก่สมาชิก มีการสื่อสารที่ดี จึงเป็นความท้าท้ายที่สำคัญของคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ต้องชั่งใจให้มาก ก่อนตัดสินใจครับ……

Business Continuous Management (BCM)

Assets & Liabilities Management (ALM)

How to develop GRC. in organization

Audit risk management program